วันจันทร์, 18 มกราคม 2564

รีวิวหนัง Pacific Rim: Uprising

Pacific Rim: Uprising ภาพยนตร์แนว Science Fiction Action การกลับมาอีกครั้งของหุ่นยนต์ที่คอยป้องกันโลกจากอสุรกายใต้ทะเล มาภาคนี้กับสิ่งที่เพิ่มเติมใหม่จากผู้กำกับคนใหม่ Steven S. DeKnight หุ่นยนต์รุ่นใหม่มาพร้อมกับ สัตว์ประหลาดที่กำเนิดมาเป็นคู่ปรับ เจค เพนท์คอสต์ รับบทโดย John Boyega ชายหนุ่มสุดดื้อ ผู้เคยเป็นผู้บังคับเยเกอร์อนาคตไกล พ่อของเขาสละชีวิตเพื่อชัยชนะของมนุษย์เหนืออสูรกาย ไคจู  ต่อจากนั้นเจคก็เลิกฝึกฝนและเข้าไปพัวเกี่ยวข้องกับโลกอาชญากรรม เจค ใช้ชีวิตอยู่อย่างเสเพล จนกระทั่งเขากับ Amara Namani รับบทโดย Cailee Spaeny ถูกจับข้อหาขับขี่เยเกอร์เถื่อน แล้ว Mako Mori รับบทโดย Rinko Kikuchi  พี่สาวของเขา ช่วยให้เขาหลุดพ้นคดี และได้กลับเข้ามาในหน่วยพิทักษ์อีกครั้ง โดยเขาต้องเป็นเรนเจอร์คู่กับ Nate Lambert รับบทโดยScott Eastwood ส่วน Namani ได้เป็นพลฝึกขับ แต่เมื่อเจ้า ไคจู ตัวที่ที่ร้ายแรงยิ่งกว่าถูกปลดปล่อยออกมา เพื่อทำลายเมืองและสร้างความพังพินาศให้กับโลกใบนี้ เขาก็ได้รับโอกาสอีกครั้งในการสานต่องานของพ่อเขาจากน้องสาวผู้หายตัวไปนานของเขา มาโกะ โมริ รับบทโดย รินโกะ คิคุจิ เป็นผู้นำพลขับผู้กล้าหาญรุ่นใหม่ 

 เจคได้ร่วมมือกับแลมเบิร์ต นักบินที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ผู้เป็นคู่แข่งของเขา และ แฮ็กเกอร์ เยเกอร์ อมารา และบรรดาวีรบุรุษจากกองกำลังปกป้องภาคพื้นแปซิฟิค ก็กลายเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ของเขา ในการก้าวไปสู่การเป็นกองกำลังป้องกันที่ทรงพลัง จุดตัดของของเรื่องทำให้ตัวละครอย่างเส้าหลีเหวิน รับบทโดยJing Tian เปลี่ยนตัวเองจากสาวมาดCEO กลายเป็นเป็นตัวละครสำคัญในการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือภารกิจปกป้องโลกอย่างมีนัยสำคัญในตอนท้ายเรื่อง และกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ภารกิจเสี่ยงตายของเจคและอมาร่า ประสบความสำเร็จ ถึงตัวละครหลักของหนังภาคนี้จะให้จุดสำคัญไปที่เจค ลูกชายของสแตเกอร์ ที่เสียชีวิตไปในภาระกิจครั้งก่อน ที่แล้ว กับการคืนสู่สังเวียนการเป็นพลทหารที่ควบคุมเยเกอร์ แต่ตัวละครที่น่าจับตามองของเรื่องอีกคนคือสาวเส้าหลีเหวิน เธอเป็นผู้เชื่อมั่นในทีมโดรนเยเกอร์ที่ไม่ได้บังคับด้วยมนุษย์ เธออาจจะดูเป็นสาวหน้ามั่นใจในตัวเองแบบน่าหมั่นไส้ ซึ่งบทในช่วงแรกอาจจะเข้าใจว่าเธอเป็นคนสร้างความวุ่นวายของหุ่นเยเกอร์ลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นเพื่อสร้างความโกลาหลทั้งมวล และเหมือนเหล่าพลทหารเยเกอร์จากอเมริกาน่าจะเป็นฮีโร่ที่ช่วยพิทักษ์โลก

ผู้กำกับคงจะกลัวคนชมจะเบื่อฉากเยเกอร์สู้กับไคจู ก็เลยเพิ่มฉากเยเกอร์ ต่อสู้กันเองเข้ามา ให้ดูระทึกมากขึ้น ถือว่าทำได้สนุกตื่นเต้น ต้องให้เครดิต การออกแบบท่าทางการต่อสู้ของหุ่นยักษ์ทำได้สวยงาม ดูสมจริง และท้ายสุดที่ตอบสนองแฟน ๆ Pacific Rim ได้อย่างสะใจ ส่วนฉากเยเกอร์ปะทะกับไคจู ภาคนี้ไคจูไม่ได้มาหลายรอบแบบภาคแรก แต่มารอบเดียวท้ายเรื่อง แบบอัดกันไม่ยั้งเกือบครึ่งชั่วโมงไปเลย เป็นไคจูที่โหดและอึดกว่าเดิมมาก สามตัวรวมเป็นตัวเดียวขนาดมหึมา ปราบได้ยากเย็นสุด ๆ การเพิ่มเข้ามาและช่วยให้สนุกขึ้นมาก ในภาคคือการออกแบบบรรดาอาวุธใหม่ ๆ ของเยเกอร์ทั้ง 4 ตัว มีทั้งปืนกล แส้สุดอลังการ เป็นการเติมสีสันในฉากต่อสู้ได้ดี ส่วนที่น่าชื่นชมกับทีมเขียนบททีมนี้ คือการสรรค์สร้างนักแสดงนำชุดหน้าใหม่หลายคน และสามารถกระจายความบทบาทให้ทุกคนได้อย่างเหมาะสม

ดูหนังได้ที่ https://nungs.io/